วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

10 เหตุผลที่ควรรู้ก่อนเลือกกินคาร์นิทีน (Carnitine)


1. คาร์นีทีนทำให้เราแก่ช้าลง ใครที่โดนสามีหรือภรรยาเหน็บว่าแก่ง่ายตายช้าก็หูผึ่งทันที่สรรหามากินไม่ว่าจะแพงแค่ไหน ที่คาร์นิทีนทำให้แก่ช้าลงได้ ก็เพราะเหตุผลที่ว่า เซลล์ในร่างกายของเราทุกๆ เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจ หรือเซลล์จากที่อื่นๆ ในร่างกาย ทั้งหมดจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อ ได้รับพลังงานเพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของเซลล์แต่ละชนิด และคาร์นิทีนนี่เองที่เข้าไปช่วยทำให้เซลล์มีอายุยืนนานขึ้น พูดง่ายๆว่ามันเข้าไปดูแลเซลล์ที่มีอยู่มากมายในตัวเรานั่นแหละ
 
2. คาร์นิทีนทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglycerides) อยู่ในระดับที่ต่ำ และช่วยเพิ่มระดับ HDL-คลอเรสเตอรอล ในเลือด
ใครไปหาหมอเพื่อตรวจเลือดบ่อยๆจะสนิทสนมกับ 2 ตัวนี้เป็นอย่างดี และจะรู้ว่าถ้ามี ไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglycerides) สูงก็จะมีไขมันเลว
LDL มากขึ้นไปด้วยนั้นเอง นี่คือที่มาที่ว่าทำไมระดับของไตรกลีเซอไรด์จึงสำคัญ

ในทางการแพทย์ได้มีการกำหนดมาตรฐานระดับของไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดไว้เป็นแนวทางดังนี้ค่ะ
<150 mg/dl      ถือว่าดี (optimal)
150-199           ถือว่าสูงคาบเส้น (borderline high)
200-499           ถือว่าสูง (high)
>500               ถือว่าสูงมาก (very high)

ส่วน HDL-คลอเรสเตอรอลทำไมต้องสูงเพราะ HDL มีเอนไซม์ที่ทำให้ตัวมันรับคอเรสเตอรอลจากเซลล์อื่นเข้ามาเก็บไว้ในตัวมัน แล้วขนส่งไปให้ตับเพื่อนำไปใช้ หรือทำลายอีกที ทำให้ระดับคอเรสเตอรอลในเลือด และเซลล์ต่าง ๆ เช่นเซลล์ผนังหลอดเลือดลดลง ลดความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดตีบ

3. นอกจากนี้ คาร์นิทีนยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย (ซึ่งเป็น 1/3 ของสาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคหัวใจตาย)ก็เลือดดี เซลล์ดีแล้วหัวใจก็ต้องดีจริงมั้ย??

4. คาร์นิทีนช่วยทำให้น้ำหนักลด โดยเฉพาะถ้าใช้ร่วมกันวิธีการที่เราลดอาหารจำพวกแป้งลงในอาหารแต่ละมื้อ ข้อนี้สำคัญที่สุดสำหรับบลอคนี้เลยค่ะ หาข้อมูลมาเพื่อสิ่งนี้ ^_^
5. คาร์นิทีนช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับร่างกาย เหมือนกันที่พบในสารสกัดจากพืชสกุล Ephedra (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของกระทรวงอาหารและยาของอเมริกา ในเอกสารอ้างอิงครับ)


6. และยังพบอีกว่าคาร์นิทีนช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้น และป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนใน เซลล์ไม่เพียงพอ

7. ทั้งคาร์นีทีน และ อะซีทิล-แอล-คาร์นิทีน (Acetyl-L-carnitine) ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น

8. อะซีทิล-แอล-คาร์นิทีนช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาทอันเนื่องมาจากความ เครียด และอาจจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) ด้วย แต่ได้ผลเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ทำให้อาการของโรคไม่เป็นไปมากกว่านี้

9. อะซีทิล-แอล-คาร์นิทีน มีผลต่อสุขภาพจิตในทางบวก และลดภาวะความเครียดได้

10. คาร์นิทีนช่วยในการทำงานของตับ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเราด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก http://biology.ipst.ac.th

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สาขาชีววิทยา
และ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น