ในสังคมวิทยาศาสตร์ เราควรจะสร้างและส่งเสริมนิสัยของความอยากรู้อยากเห็น
อยากทำความเข้าใจ อยากค้นหามาให้ได้ซึ่งคำตอบให้กับคนในสังคม
และในแต่ละวันก็จะมีเรื่องให้ชวนคิดชวนสงสัยมากมาย จนมากระทั่งวันหนึ่ง
ในวันที่ได้ยินชื่อแอล-คาร์นิทีน (L-carnitine) เป็นครั้งแรก
ครั้งแรกที่ได้ยินก็มาจากสื่อโฆษณา
ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาในทันทีหลังจากที่ดูสื่อโฆษณานั้นจบ
ว่าทำไมกินแอล-คาร์นิทีนเข้าไปแล้วถึงเกิดอาการแอคทีฟ จนอยู่นิ่งไม่ได้
ขนาดจะคุยกันดีๆ ไม่ได้ จะต้องขยับแข้งขยับขาอยู่ตลอดเวลา
คนสร้างสื่อต้องการสื่อสารอะไรกับผู้บริโภค
หรือเพียงจะบอกว่า ดื่มแล้ว กินแล้วจะมีแรงมากขึ้น จะรู้สึกคึกคัก...
เรี่ยวแรงมันมาจากไหน
แรงมันเยอะเหลือเกินหรืออย่างไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
หรือว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทชูกำลังเหรอ เอ๊ะ! คิดแล้วยิ่งอยากรู้
แต่...ในที่สุด ก็ขอผัดวันประกันพรุ่งเอาไว้ก่อน ตั้งใจว่าจะจำไว้
แล้วขอไปค้นหาในวันหน้า แต่ในใจก็ยังสงสัย สุดท้ายวันนี้ก็ได้ฤกษ์เบิกยาม
เข้ามาค้นมาหาข้อมูลด้วยความอยากรู้
และความสงสัยทำไมแอล-คาร์นิทีนถึงฮือฮากันนัก แล้วทำไมในโฆษณา
เมื่อกินแล้วมันอยู่นิ่งไม่ได้เลย
คำตอบที่ได้จากความสงสัยว่าแอล-คาร์นิทีน คืออะไร
แอล-คาร์นิทีน เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง
ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเรานี่เอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว
คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine)
และแอล-คาร์นิทีนในร่างกายของเราก็ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น
เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการใช้ไขมัน (fat) โดยการขนส่งกรดไขมัน (fatty acid)
เข้าไปในไมโทคอนเดรีย (ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการสร้างพลังงานของเซลล์)
หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ
แอล-คาร์นิทีนช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง
ซึ่งพลังงานที่ได้มานี้ส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่ว
ร่างกายเรานั่นเอง
จากหน้าที่การทำงานพื้นฐานของสารชนิดนี้ทำให้สื่อโฆษณานำมาใช้เป็นประเด็น
หลักในการสร้างโฆษณาในเห็นว่า “เมื่อกินแล้วคุณจะอยู่นิ่งไม่ได้นะ
แบบว่าพลังงานมันเยอะจัด”
แอล-คาร์นิทีนถูกสร้างขึ้นภายในตับและไต และนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย
(skeletal muscle) ตัวอย่าง ก็เช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา ของเรานั่นเอง
นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในหัวใจ สมอง และสเปิร์ม
(ทำให้สเปิร์มเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม
เพราะแอล-คาร์นิทีนจะไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานนั่น
เอง) สำหรับในอาหารก็จะพบแอล-คาร์นิทีนในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์
นมและผลิตภัณฑ์จากนม ผลอะโวคาโด (Avocado) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก
(tempeh)
ยังไม่จบค่ะแล้วมาติดตาเรื่องของ "แอล-คาร์นิทีน" กันต่อนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก http://biology.ipst.ac.th
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สาขาชีววิทยา